การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

การวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

ผศ.ดร.ปุ่น เที่ยงบูรณธรรม

ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่


ที่มาและความสำคัญ

การพัฒนาเมืองและชุมชนให้มีความน่าอยู่ ตามแผนยุทธศาสตร์ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้คำนึงถึงความปลอดภัยในอาคาร โดยปัญหาไฟไหม้เป็นสาเหตุหนึ่งที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเกิดได้บ่อยครั้งกว่าภัยพิบัติใดๆ โดยในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่มีความหนาแน่นของอาคารและประชากรสูง และมีแหล่งกิจกรรมต่างๆจำนวนมากที่มีความเสี่ยงต่อไฟไหม้

ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เป็นการวิเคราะห์เชิงพื้นที่สามารถทำการประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อหาพื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ สามารถช่วยวิเคราะห์หาพื้นที่เสี่ยงภัยเพื่อหาแนวทางในการป้องกันแก้ไขต่อไป

 

วัตถุประสงค์

เพื่อประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการวิเคราะห์หาพื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ในระดับต่างๆ

ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

1)    ได้แผนที่แสดงพื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ในระดับต่างๆ ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ เพื่อหาแนวทางในการป้องกันแก้ไข

2)    ได้ฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ในการวางแผนพื้นที่ในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

วิธีการวิเคราะห์และผลการวิเคราะห์

1)      ทำการสำรวจข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดไฟไหม้และนำเข้าในระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ สามารถทำการแสดงปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ดังรูปที่ 1โดยมีปัจจัยที่นำมาทำการวิเคราะห์พื้นที่เสี่ยงไฟไหม้เบื้องต้นดังนี้

·       ปัจจัยที่ส่งเสริมต่อการเกิดไฟไหม้

§       อาคารที่มีโครงสร้างเป็นไม้

·       ปัจจัยที่ป้องกันและแก้ไขต่อการเกิดไฟไหม้

§       สถานีดับเพลิง

§       แหล่งน้ำ

2)      ทำการคำนวณระยะทางการเดินทางจากสถานีดับเพลิงไปยังตำแหน่งต่างๆ ตามถนน ใช้วิธีการหาพื้นที่ให้บริการ (Service Area) ของสถานีดับเพลิง โดยการวิเคราะห์โครงข่าย(Network Analysis)ทำการกำหนดพื้นที่ให้บริการเป็น 7 ระดับ ได้แก่ 500 เมตร 1,000 เมตร 2,000 เมตร 3,000 เมตร 4,000 เมตร 5,000 เมตรและ 10,000 เมตรสามารถทำการแสดง ดังรูปที่ 2

3)      ทำการคำนวณระยะห่างจากแหล่งน้ำ โดยใช้วิธีบัฟเฟอร์ (Buffer) ทำการกำหนดระยะห่างจากแหล่งน้ำเป็น 5 เมตร 50 เมตร และ 100 เมตร

4)      ทำการคำนวณระยะห่างจากอาคารที่มีโครงสร้างเป็นไม้ โดยใช้วิธีบัฟเฟอร์ (Buffer) ทำการกำหนดระยะห่างจากอาคารที่มีโครงสร้างเป็นไม้ เป็น 50 เมตร และ 100 เมตร

5)      ทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยใช้วิธีการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ (Spatial Analysis) ด้วยเครื่องมือการวิเคราะห์ซ้อนทับแบบถ่วงน้ำหนัก (Weighting Overlay)และทำการกำหนดค่าความสำคัญของแต่ละปัจจัยโดยมีค่าผลรวมเท่ากับ 100 และกำหนดค่าคะแนนในแต่ละประเภทในปัจจัย ตามผลกระทบต่อการเกิดไฟไหม้ ในช่วงค่า 1 – 9 สามารถทำการแสดงค่าที่นำเข้าในเครื่องมือการวิเคราะห์ ดังรูปที่ 3

6)      ได้พื้นที่แสดงค่าคะแนนซึ่งค่าคะแนนสูงแสดงว่ามีความเสี่ยงสูง ค่าคะแนนต่ำแสดงว่ามีความเสี่ยงน้อย ทำการแสดงค่าโดยสรุปเป็น 5 ระดับ ได้แก่ พื้นที่เสี่ยงน้อยที่สุด พื้นที่เสี่ยงน้อย พื้นที่เสี่ยงปานกลาง พื้นที่เสี่ยงมาก และพื้นที่เสี่ยงมากที่สุด สามารถทำการแสดงดังรูปที่4

D:\poon\firerisk_rawdata.jpg

รูปที่ 1 ข้อมูลปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดไฟไหม้

D:\poon\firerisk.jpg

รูปที่ 2 การหาพื้นที่ให้บริการของสถานีดับเพลิงในเขตเทศบาลนครเชียงใหม่

รูปที่ การนำเข้าข้อมูลคะแนนการวิเคราะห์เชิงพื้นที่ ซ้อนทับแบบถ่วงน้ำหนัก(Weighting Overlay)

 

D:\poon\fireriskresult.jpg

รูปที่ 4 พื้นที่เสี่ยงไฟไหม้ที่ได้จากการวิเคราะห์