แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ในจังหวัดเชียงใหม่

แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน ในจังหวัดเชียงใหม่

Water Resources Management Plan by Community Involvement Process in Chiang Mai

ชูโชค   อายุพงศ์ (Chuchoke Aryupong)

รองศาสตราจารย์ ภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

 

บทคัดย่อ

แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วยแผนพัฒนาในระดับลุ่มน้ำและระดับชุมชน โดยแผนระดับลุ่มน้ำเป็นของแผนหน่วยงานราชการตามภารกิจในด้านการพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งได้รับการวางแผนมาแล้ว ส่วนแผนพัฒนาระดับชุมชนเป็นแผนที่เสนอมาจากความต้องการของชุมชนในท้องถิ่น บทความนี้แสดงการจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดเชียงใหม่ โดยคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเน้นการจัดทำแผนระดับชุมชนผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ และเมื่อได้แผนโครงการเป็นความต้องการของท้องถิ่น แล้วจึงนำมาพิจารณารวมกับแผนระดับลุ่มน้ำ เพื่อจัดทำเป็นแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัด ที่มาจากการนำข้อมูลสภาพแวดล้อมด้านทรัพยากรน้ำมาวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง รวมกับข้อมูลแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ นโยบายทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และพันธกิจของจังหวัด โดยมีวิสัยทัศน์ของแผน ประกอบด้วย “ทรัพยากรน้ำยั่งยืน ชุมชนเป็นศูนย์กลาง บูรณาการข้อมูล สนับสนุนองค์ความรู้” และกรอบกลยุทธ์ที่มุ่งเน้นให้จังหวัดเชียงใหม่มีการบริหารทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืน มีการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีการป้องกันความเสี่ยงอันเนื่องมาจากน้ำ โดยยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง มีส่วนร่วมให้ข้อมูล วางแผน และแก้ปัญหา พร้อมทั้งมีการบูรณาการข้อมูล มีความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ภายใต้การสนับสนุนองค์ความรู้ผ่านระบบฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ของจังหวัดเชียงใหม่

คำสำคัญ : แผนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ, กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชน, ชุมชนเป็นศูนย์กลาง แผนระดับลุ่มน้ำ และแผนระดับชุมชน

1. ความเป็นมา

จังหวัดเชียงใหม่ได้กำหนดให้มีแผนรวมการพัฒนาทรัพยากรน้ำของจังหวัด โดยให้คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นผู้ดำเนินโครงการโดยกระบวนการมีส่วนร่วมจัดทำแผนในระดับหมู่บ้าน สู่การจัดทำแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำในระดับตำบล และไปสู่การจัดทำแผนในระดับอำเภอ ก่อนจะนำมาสังเคราะห์เป็นแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำของจังหวัด โดยพิจารณาทั้งกรณีเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำและพื้นที่เขตการปกครอง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่มีประสิทธิภาพ และบรรลุผลที่ต้องการยกระดับคุณภาพชีวิตของชาวเชียงใหม่ รวมถึงให้มีการสร้างกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้สังคมได้ใช้ประโยชน์จากน้ำร่วมกันอย่างยั่งยืน

1.1 วัตถุประสงค์

โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ โดยพิจารณาทั้งกรณีเป็นพื้นที่ลุ่มน้ำและพื้นที่เขตการปกครอง กำหนดวัตถุประสงค์ไว้ ดังนี้

  1. จัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการและกำหนดทิศทางของการพัฒนาทรัพยากรน้ำของจังหวัด โดยมีข้อมูลในระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และบูรณาการสู่แผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดในภาพรวม
  2. สร้างเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำร่วมกันในระดับพื้นที่ โดยกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และระดับจังหวัด
  3. พัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรองรับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่อย่างยั่งยืน และสนองตอบความต้องการทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ

1.2 ขอบเขตของงานและกิจกรรม

พื้นที่ศึกษาโครงการครอบคลุมจังหวัดเชียงใหม่ ตามเขตการปกครอง 2,105 หมู่บ้าน 204 ตำบล 25 อำเภอ และครอบคลุมพื้นที่ 14 ลุ่มน้ำ ดังรูปที่ 1 โดยลักษณะของโครงการจำแนกเป็น 3 กิจกรรมหลักดังนี้

  • กิจกรรมที่ 1 การพัฒนาเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ จัดประชุมระดับจังหวัด 1 ครั้งและระดับอำเภอ 25 ครั้ง เพื่อชี้แจงแนวทางการดำเนินงาน วัตถุประสงค์และเป้าหมาย รับฟังข้อเสนอแนะ รวมทั้งการประสานงานในการทำแผน
  • กิจกรรมที่ 2 การจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ จัดทำแผนที่มีข้อมูลเชิงลึกผ่านกระบวนการที่มีส่วนร่วมในทุกระดับเขตการปกครอง ตั้งแต่แผนระดับหมู่บ้าน และนำมารวบรวมเป็นแผนระดับตำบล ที่มีการตรวจสอบความซ้ำซ้อนและการทำประชาคม และรวมเป็นแผนระดับอำเภอ ก่อนนำมาประชุมร่วมกันเพื่อสังเคราะห์ วิเคราะห์ศักยภาพและความเหมาะสมของโครงการเป็นแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับจังหวัด
  • กิจกรรมที่ 3 การพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัด นำมาจัดเก็บข้อมูลด้วยโปรแกรมด้านสารสนเทศภูมิศาสตร์ เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลต่างๆ โดยเป็นระบบที่สามารถรองรับข้อมูลเพิ่มเติมในอนาคต และสามารถนำไปปรับปรุงใช้งานผ่านระบบเครือข่ายอินเตอร์เน็ตได้ในภายหลัง

2. สถานการณ์และปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่

จากการลงพื้นที่สำรวจข้อมูล และการระดมความคิดเห็นจากชุมชน สามารถสรุปภาพรวมปัญหาด้านทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำได้ว่า ประชาชนของจังหวัดก็ยังประสบกับปัญหาจากการใช้น้ำหลายประการ ทั้งการขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค และการเกษตร แหล่งน้ำตื้นเขินชำรุด น้ำท่วม น้ำไม่มีคุณภาพ รวมถึงปัญหาน้ำเน่าเสียในเขตชุมชน ซึ่งสรุปปัญหาแต่ละด้านได้ดังนี้

  • พื้นที่เกษตรขยายตัวไปจนเกินศักยภาพของทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำ โดยเฉพาะมีการเพาะปลูกที่มีการใช้น้ำในฤดูแล้งเพิ่มขึ้นเป็นปริมาณมาก เช่น ลุ่มน้ำแม่กวง
  • ปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดเพื่ออุปโภคบริโภค โดยเฉพาะในพื้นที่ระดับหมู่บ้าน โดยมีการใช้ระบบประปาหมู่บ้านเพื่อการอุปโภคบริโภคยังไม่ครบถ้วนทุกหมู่บ้าน และระบบที่มีอยู่ยังมีปัญหาด้านคุณภาพของน้ำประปา
  • การขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง ทั้งพื้นที่การเกษตรนอกเขตและในเขตชลประทาน ทั้งนี้เนื่องจากมีการใช้น้ำเป็นปริมาณมากในภาคการเกษตร การใช้น้ำในพื้นที่ชลประทานมีประสิทธิภาพต่ำ ขาดแหล่งเก็บกักน้ำส่วนเกินในฤดูฝน และขาดระบบการจัดสรรน้ำในกิจกรรมต่างๆ
  • สภาพน้ำใต้ดินส่วนใหญ่อยู่ในสภาพดี ยกเว้นบางพื้นที่ต้องมีมาตรการควบคุมการนำน้ำบาดาลมาใช้เพื่อการเกษตรเกินศักยภาพ
  • ปัญหาด้านคุณภาพน้ำในลำน้ำธรรมชาติ มีปัญหามากในเขตพื้นที่เมือง ที่มีเขตอุตสาหกรรม หมู่บ้านจัดสรร
  • การบุกรุกลำน้ำธรรมชาติ แม่น้ำหลัก ลำน้ำสาขา หนอง บึง และลำเหมือง ทำให้เกิดปัญหากีดขวางการไหลของน้ำ ก่อให้เกิดปัญหาต่อเนื่องด้านน้ำและอื่นๆ เช่น น้ำท่วม การกัดเซาะและการพังทลายของดิน และเป็นการทำลายพื้นที่ชุ่มน้ำ
  • ปัญหาด้านอุทกภัยที่เกิดขึ้นในลุ่มน้ำปิง ทั้งอุทกภัยแบบน้ำท่วมขังและการล้นตลิ่งในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงและมีโอกาสน้ำท่วมสูง ได้แก่ แม่น้ำปิง แม่แตง แม่ขาน  และอุทกภัยแบบน้ำท่วมไหลหลาก ในพื้นที่ลุ่มน้ำที่มีความเสี่ยง คือ ลุ่มน้ำแม่ริม แม่แจ่ม แม่ขาน

 

การมีส่วนร่วมพัฒนาเครือข่ายและจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่

รูปที่ 1 การมีส่วนร่วมพัฒนาเครือข่ายและจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่

3. การมีส่วนร่วมพัฒนาเครือข่ายและจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่

วิสัยทัศน์ของแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่กำหนดให้ “ทรัพยากรน้ำยั่งยืน ชุมชนเป็นศูนย์กลาง บูรณาการข้อมูล สนับสนุนองค์ความรู้”  โดยมุ่งเน้นให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูล วางแผนและแก้ไขปัญหา   การดำเนินการจึงกำหนดให้ชุมชนได้เข้ามามีส่วนร่วมใน 5 กิจกรรม ดังแสดงในรูปที่ 3 คือ

  1. การพัฒนาเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด เพื่อประชาสัมพันธ์วัตถุประสงค์และแผนดำเนินงานโครงการ และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและหน่วยงานอื่นมีส่วนในการเสนอแนะข้อคิดเห็นในการจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำ ได้จัดประชุมขึ้นในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2552 มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 220 คน
  2. การพัฒนาเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำระดับอำเภอ  เพื่อประชาสัมพันธ์วัตถุประสงค์และแผนดำเนินงานโครงการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องระดับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านได้เสนอแนะข้อคิดเห็นในการจัดทำแผน ได้จัดประชุม 25 ครั้ง ทุกอำเภอ ระหว่างวันที่ 1-18 ธันวาคม 2552  มีผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมด 2,285 คน โดยมีกิจกรรมพบปะเครือข่ายในวันประชุมประสานงานในการเข้าพื้นที่ มอบเอกสารและแบบสำรวจข้อมูลเพื่อจัดทำแผนในระดับชุมชน พร้อมทั้งอธิบายวิธีการกรอกข้อมูล การทำประชาคมหมู่บ้าน และบทบาทที่เกี่ยวข้องของผู้แทน
  3.  การจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำระดับชุมชน เพื่อให้ความรู้และจัดทำแผนในระดับหมู่บ้าน ตอบสนองการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมโดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลางของการพัฒนาได้มีการจัดประชุม ครบทั้ง 204 ตำบล  2,105 หมู่บ้าน 88 ชุมชน ระหว่างวันที่  4 มกราคม ถึง 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553   มีผู้เข้าร่วมประชุมรวมทั้งหมด 4,374 คนโดยผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน 2,117 คน ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 1,245 คน  ตัวแทนกลุ่มผู้ใช้น้ำและอื่นๆ 1,012 คน   มีการแจกแบบสำรวจข้อมูลเพื่อจัดทำแผนในระดับตำบล จำนวน 204 ชุด และระดับหมู่บ้าน จำนวน 2,143  ชุด  รวม 2,347 ชุด  ในการดำเนินการจัดประชุมเป็นการสรุปสถานการณ์และปัญหาด้านทรัพยากรน้ำของตำบล โดยนายกเทศมนตรี นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และชี้แจงวัตถุประสงค์และขั้นตอนการดำเนินงาน การจัดทำระบบฐานข้อมูล พร้อมหารือที่ประชุมในการพิจารณาทบทวนแผนเกี่ยวกับน้ำที่มีการระบุระดับความสำคัญ ความเร่งด่วนของปัญหา และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม
  4.  การจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำระดับอำเภอ เพื่อนำแผนในระดับตำบลที่ได้มารวมเป็นแผนที่มีข้อมูลเชิงลึกในระดับอำเภอ  โดยคำนึงถึงการจัดการและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรน้ำร่วมกัน ได้มีการจัดประชุมครบทั้ง 25 อำเภอ  ระหว่างวันที่ 31 พฤษภาคม  ถึง 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553  มีผู้เข้าร่วมประชุมรวมทั้งหมด 2,152  คน การดำเนินการจัดประชุม เป็นการชี้แจงผลการดำเนินงาน นำเสนอร่างแผนระดับอำเภอ และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำ และมีการประชุมกลุ่มย่อย เพื่อพิจารณาทบทวนและตรวจสอบความถูกต้องของการจัดทำแผนระดับชุมชนและตำบล พร้อมจัดเรียงลำดับความสำคัญของโครงการ จากนั้นตัวแทนกลุ่มย่อยแต่ละกลุ่มนำเสนอแผนของกลุ่ม โดยมีที่ปรึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมระดมสมองเพื่อนำเสนอเป็นแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำระดับอำเภอ 
  5. การจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด มีวัตถุประสงค์เพื่อนำแผนในระดับอำเภอที่ได้มาสังเคราะห์เป็นแผนแม่บทในการพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำในระดับจังหวัด และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในระดับจังหวัดและหน่วยงานอื่นได้มีส่วนในการเสนอแนะข้อคิดเห็นในการจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่  ได้จัดประชุมขึ้นในวันศุกร์ที่ 20 สิงหาคม 2553  มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน 506 คน การดำเนินการจัดประชุม ช่วงแรกเป็นการชี้แจงผลการดำเนินงาน นำเสนอร่างแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำระดับจังหวัด และการพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำ ช่วงที่สองเป็นการสาธิตการนำข้อมูลจากระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ไปใช้ประโยชน์ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของชุมชน

4. ผลการวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมและแนวทางของแผน

การจัดทำแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ ได้มุ่งเน้นที่กลยุทธ์การมีส่วนร่วมของชุมชนทุกหมู่บ้านของจังหวัดเป็นกลยุทธ์หลัก โดยมีการรวบรวมปัญหาความต้องการด้านทรัพยากรน้ำและแผนโครงการที่เสนอโดยชุมชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น นำข้อมูลมาวิเคราะห์สภาพแวดล้อมด้านทรัพยากรน้ำของจังหวัด ประกอบกับศึกษาข้อมูลแผนพัฒนาเศรษฐกิจสังคมแห่งชาติ นโยบายทรัพยากรน้ำแห่งชาติ และพันธกิจจังหวัดเชียงใหม่ มาจัดทำเป็นวิสัยทัศน์และกรอบกลยุทธ์ของแผนที่จัดทำขึ้น

4.1  การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อม (SWOT)

การวิเคราะห์สภาวะแวดล้อมด้านทรัพยากรน้ำของจังหวัดเชียงใหม่ ในภาพรวม มีดังนี้

จุดแข็ง (Strengths)

  • มีแหล่งน้ำน้ำธรรมชาติและแหล่งน้ำที่พัฒนาจำนวนมาก ทั้งขนาดเล็ก กลางและใหญ่
  • เป็นแหล่งต้นน้ำที่มีทรัพยากรน้ำและสภาพป่าต้นน้ำค่อนข้างอุดมสมบูรณ์
  • มีประปาหมู่บ้านทั้งระบบประปาน้ำบาดาลและประปาภูเขา
  • พื้นที่หลายส่วนอยู่ในเขตชลประทานจึงได้รับประโยชน์จากโครงการชลประทาน
  • บางชุมชนมีการตั้งกฎกติกาเพื่อจัดสรรน้ำส่งไปตามลำเหมืองเพื่อเข้าพื้นที่การเกษตร

จุดอ่อน (Weakness)

  • ขาดการวางแผนการจัดการใช้น้ำอย่างมีระบบ ทำให้มีการใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง
  • น้ำประปาในบางพื้นที่มีคุณภาพต่ำและปนเปื้อนของสารเคมี
  • โครงสร้างพื้นฐานด้านแหล่งน้ำหลายแห่งตื้นเขินและชำรุด ไม่ได้รับการบำรุงรักษา
  • ขาดระบบฐานข้อมูลทางด้านแหล่งน้ำที่ครบถ้วนที่จะใช้ช่วยสนับสนุนการวางแผน

โอกาส (Opportunities)

  • ชุมชนมีศักยภาพในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรมได้
  • ภาครัฐ เอกชนและชุมชนให้ความร่วมมือและมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำ
  • มีหน่วยงานของรัฐที่พร้อมสนับสนุนงบประมาณด้านทรัพยากรน้ำ

อุปสรรค (Treats)

  • มีการบุกรุกป่าไม้ที่อยู่ในแหล่งต้นน้ำ
  • แหล่งน้ำในพื้นที่บางพื้นที่อยู่ในอุทยานแห่งชาติชุมชนจึงไม่สามารถเข้าไปจัดการได้
  • ขาดบุคลากรที่มีความรู้ในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับชุมชน
  • ขาดงบประมาณในการบริหารจัดการแหล่งน้ำ
  • มีการแย่งใช้น้ำในระหว่างพื้นที่ ชุมชน และระหว่างประเภทของอุตสาหกรรม  

4.2  วิสัยทัศน์และพันธกิจของการพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่

จุดแข็งของการจัดทำแผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ คือไม่เพียงวิเคราะห์และสังเคราะห์เชิงข้อมูลและนโยบายจากบนลงล่าง แต่มาจากภาคส่วนประชาชนและองค์กรท้องถิ่นจากล่างขึ้นบนด้วย ที่ได้มีการจัดกิจกรรมเครือข่ายและการประชุมจัดทำแผนในทุกระดับ รวมทั้งจากข้อมูลสถานการณ์ปัญหาทรัพยากรน้ำด้านต่างๆ ได้นำมาจัดทำเป็นวิสัยทัศน์ และพันธกิจ เพื่อให้สามารถแก้ไขปัญหาได้สอดคล้องกับความต้องการ ดังนี้

วิสัยทัศน์ของการพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำ

“ภายใน 5 ปีจังหวัดเชียงใหม่มีการบริหารทรัพยากรน้ำที่ยั่งยืนขึ้น โดยมีการอนุรักษ์ และการใช้ประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งมีการป้องกันความเสี่ยงอันเนื่องมาจากน้ำ โดยที่ยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง มีส่วนร่วมให้ข้อมูล วางแผน และแก้ปัญหา พร้อมทั้ง มีการบูรณาการข้อมูล มีความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ภายใต้การสนับสนุนองค์ความรู้ โดยพัฒนาและใช้ระบบฐานข้อมูล”

พันธกิจของการพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำ

“จังหวัดเชียงใหม่พัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำอย่างบูรณา การตามเขตการปกครองและลุ่มน้ำโดยที่ยึดชุมชนเป็นศูนย์กลาง มีส่วนร่วมให้ข้อมูล วางแผน และแก้ปัญหา โดยสนับสนุนองค์ความรู้และข้อมูลต่อชุมชน เพื่อนำมาซึ่ง ทรัพยากรน้ำที่ยังยืนและการอยู่ดีมีสุขของประชาชน”

4.3  กรอบแนวทางการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน

การวางแผนบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงตอนบน ได้มีการจัดทำแผนรวมการบริหารจัดการน้ำโดยหน่วยงานตามภารกิจ อาทิ โครงการบรรเทาอุทกภัยและการขาดแคลนน้ำในลุ่มน้ำปิงตอนบนของกรมชลประทาน โครงการจัดทำแผนรวมการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปิงกรมทรัพยากรน้ำ โครงการศึกษาวางระบบและติดตั้งระบบโทรมาตรเพื่อการพยากรณ์น้ำและเตือนภัยลุ่มน้ำปิงตอนบนของกรมชลประทาน เป็นต้น โดยการวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในระบบลุ่มน้ำและศึกษาสมดุลน้ำในโครงการข้างต้น จึงเป็นการศึกษาจากลุ่มน้ำสาขาหลักของลุ่มน้ำปิง โดยโครงการที่ใช้ในการพิจารณาสมดุลน้ำจะเป็นโครงการขนาดกลางและใหญ่ ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นการแสดงเป็นภาพรวมของสถานการณ์น้ำ ได้แก่ ความต้องการน้ำและการขาดแคลนของพื้นที่ลุ่มน้ำ ซึ่งเป็นประโยชน์ในการวางแผนการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำหลักอย่างเป็นภาพรวม

ส่วนการพิจารณาการบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชนหรือท้องถิ่น โดยใช้ผลลัพธ์จากการประเมินสถานการณ์น้ำ บนพื้นฐานความต้องการและการขาดแคลนน้ำโดยภาพรวมเป็นรายลุ่มน้ำสาขาหลักดังกล่าวข้างต้นนั้น ไม่สามารถสะท้อนความเป็นจริงในพื้นที่ชุมชนได้ครบถ้วน เนื่องจากชุมชนที่อยู่ในลุ่มน้ำย่อยของลุ่มน้ำสาขาหลัก อาจไม่ได้รับประโยชน์กับปริมาณน้ำต้นทุนที่มีในภาพรวม ยกตัวอย่างเช่น การประเมินสถานการณ์น้ำของลุ่มน้ำแม่งัด ซึ่งเป็นลุ่มน้ำสาขาหลักของลุ่มน้ำปิง พบว่าในภาพรวมไม่มีการขาดแคลนน้ำ และยังมีปริมาณน้ำเหลือเกินความต้องการ ยังสามารถผันน้ำไปให้ลุ่มน้ำกวงได้อีกด้วย แต่ในสภาพเป็นจริงในพื้นที่บางตำบลของอำเภอพร้าว ซึ่งอยู่ในลุ่มน้ำสาขาของลุ่มน้ำแม่งัด กลับประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำ เนื่องจากยังไม่มีการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในลุ่มน้ำสาขาย่อยได้ดีพอ ทำให้การแก้ปัญหาดังกล่าวจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการน้ำในพิจารณาเป็นแต่ละรายลุ่มน้ำย่อยที่อยู่ในตำบลนั้น เพราะตามธรรมชาติน้ำที่เหลือจากแต่ละลุ่มน้ำย่อย จะไม่สามารถนำมาเติมให้กับลุ่มน้ำย่อยข้างเคียงได้

การบริหารจัดการน้ำในระดับชุมชน โดยทำการแยกพื้นที่ลุ่มน้ำย่อยที่มีอิทธิพลในพื้นที่หมู่บ้านหรือตำบลนั้น จะทำให้ชุมชนสามารถวางแผนโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ตอบสนองและแก้ไขปัญหาของชุมชนได้อย่างทั่วถึง การวางแผนด้านงบประมาณขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะมีเป้าหมายชัดเจนในการพัฒนาอย่างเป็นระบบมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ของลุ่มน้ำสาขาย่อย          องค์ความรู้และการมีส่วนร่วมของชุมชน เป็นฐานในการพิจารณาวางแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำ

5. สาระสำคัญและผลของแผนโครงการพัฒนาทรัพยากรน้ำ

แผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ เป็นการรวบรวมแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำในระดับลุ่มน้ำของหน่วยงานตามภารกิจ เช่น กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น และแผนพัฒนาทรัพยากรน้ำในระดับท้องถิ่นที่ได้จากการรวบรวมโครงการจากความต้องการของชุมชน โดยนำมาวิเคราะห์สมดุลน้ำและศักยภาพของโครงการพร้อมทั้งการจัดลำดับหรือเรียงความสำคัญของโครงการที่ผ่านการพิจารณาศักยภาพ  ซึ่งใช้เกณฑ์คือ ความเหมาะสมของที่ตั้ง ความครบถ้วนชัดเจนของข้อมูล จำนวนครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์ความสอดคล้องกับเป้าหมายของท้องถิ่นและความซ้ำซ้อนในการใช้ประโยชน์โครงการในพื้นที่

แผนโครงการในระดับลุ่มน้ำของหน่วยงานภารกิจ ส่วนใหญ่เป็นแผนโครงการที่ตอบสนองความต้องการของชุมชนในเขตพื้นที่ชลประทาน เป็นโครงการขนาดกลางและขนาดใหญ่ รวมถึงเป็นโครงการร่วมกันระหว่างลุ่มน้ำ เช่นโครงการผันน้ำจากเขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ สู่เขื่อนแม่กวงอุดมธารา เป็นต้น ทั้งนี้พื้นที่ที่อยู่นอกเขตพื้นที่ชลประทานที่ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการระดับลุ่มน้ำ ยังต้องอาศัยแผนโครงการขนาดเล็กที่ใช้บรรเทาแก้ไขปัญหาระดับหมู่บ้านหรือตำบล มาใช้แก้ปัญหาทรัพยากรน้ำของชุมชน โดยโครงการที่ท้องถิ่นเสนอมาแบ่งเป็นโครงการก่อสร้างและโครงการปรับปรุง โดยแผนโครงการก่อสร้างจะแยกประเภทเป็น อ่างเก็บน้ำ ฝายน้ำล้น ฝายต้นน้ำ เหมืองฝาย โครงการสูบน้ำ สระเก็บน้ำ บ่อบาดาล บ่อน้ำตื้น ประปาและอื่นๆ ส่วนโครงการปรับปรุงจะแยกเป็นประเภท ฟื้นฟู ขุดลอก ป้องกันการกัดเซาะ และป้องกันน้ำท่วม ซึ่งแผนโครงการทั้งสองประเภทนำมาจัดกลุ่มเป็นโครงการ ดังแสดงในตาราง 1 และ 2 ประกอบด้วย

  1. โครงการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เช่น อ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก ฝายน้ำล้น ประตูระบายน้ำ สระเก็บน้ำ และโครงการสูบน้ำพลังไฟฟ้า เป็นต้น
  2. โครงการที่ใช้แก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค เช่น การเจาะบ่อบาดาล บ่อน้ำตื้น การพัฒนาระบบประปา เป็นต้น
  3. โครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม เช่น การขุดลอกลำน้ำ การสร้างพนังกั้นน้ำ เป็นต้น
  4. โครงการเพื่อปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งและกระจายน้ำ เช่นโครงการดาดคอนกรีตคลองส่งน้ำ สร้างและปรับปรุงเหมืองฝาย เป็นต้น
  5. โครงการแก้ไขปัญหาอื่นๆ เช่นการบำบัดน้ำเสีย การฟื้นฟูสภาพป่าไม้ เป็นต้น

ตารางที่ 1 สรุปจำนวนโครงการระดับชุมชนในอำเภอ จังหวัดเชียงใหม่

สรุปจำนวนโครงการระดับชุมชนในอำเภอ จังหวัดเชียงใหม่

แผนบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร

โครงการเพื่อการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร เป็นการเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำขนาดเล็กในท้องถิ่น ได้แก่  โครงการอ่างเก็บน้ำ 73 โครงการ ฝายน้ำล้น 170 โครงการ ฝายต้นน้ำ 35 โครงการ สระเก็บน้ำ 22 โครงการ และโครงการสูบน้ำ 19 โครงการ

แผนบรรเทาปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

โครงการเพื่อการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคในท้องถิ่น มีแผนเพิ่มแหล่งน้ำประปาในฤดูแล้ง และซ่อมบำรุงรักษาบ่อบาดาลหรือเครื่องสูบ เพื่อฟื้นฟูระบบประปาเดิมให้ใช้งานได้ ได้แก่ โครงการระบบประปา 158 โครงการ และฟื้นฟูระบบประปาเดิม 72 โครงการ

ตารางที่ 2   สรุปจำนวนโครงการระดับชุมชนในลุ่มน้ำสาขา จังหวัดเชียงใหม่ 

สรุปจำนวนโครงการระดับชุมชนในลุ่มน้ำสาขา จังหวัดเชียงใหม่

แผนบรรเทาปัญหาน้ำท่วมและระบายน้ำ

โครงการเพื่อการแก้ไขปัญหาอุทกภัยในระดับท้องถิ่น ได้แก่ ขุดลอกแหล่งน้ำ 234 โครงการ การป้องกันน้ำท่วม 11 โครงการ ท่อระบายน้ำ 179 โครงการ และโครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำ 8 โครงการ ส่วนใหญ่เป็นโครงการบรรเทาปัญหาอุทกภัยในพื้นที่เมืองและที่ลุ่มของลำน้ำปิง

แผนปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งและกระจายน้ำ

โครงการปรับปรุงแหล่งน้ำและระบบส่งและกระจายน้ำที่มีอยู่เดิม ให้สามารถใช้การได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่ช่วยเพิ่มแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำให้กับการอุปโภคและการเกษตร ได้แก่  โครงการคลองส่งน้ำ ดาดคอนกรีตคลองส่งน้ำ ระบบส่งน้ำและเหมืองฝาย  81 โครงการ โครงการป้องกันการกัดเซาะตลิ่ง 40 โครงการ และโครงการฟื้นฟูระบบกระจายน้ำ 79 โครงการ

แผนอนุรักษ์ฟื้นฟูทรัพยากรน้ำและจัดการมลพิษทางน้ำ

โครงการอนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร การฟื้นฟูสภาพป่า ได้แก่ โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูต้นน้ำ 5 โครงการ และจัดการน้ำเสียจากแหล่งชุมชน 3 โครงการ และโครงการอื่น ๆ ได้แก่ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ 1 โครงการ และโครงการผลิตไฟฟ้าพลังน้ำขนาดเล็ก 1 โครงการ

แสดงตำแหน่งของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิมในจังหวัดเชียงใหม่

รูปที่ 2 แสดงตำแหน่งของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่มีอยู่เดิมในจังหวัดเชียงใหม่

แสดงตำแหน่งของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ต้องการ ในจังหวัดเชียงใหม่   

รูปที่ 3 แสดงตำแหน่งของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำที่ต้องการ ในจังหวัดเชียงใหม่

 

หน้าสืบค้นสำหรับโครงการ

รูปที่ 4 แสดง หน้าสืบค้นข้อมูลด้านทรัพยากรน้ำรายตำบล/อำเภอ จากระบบฐานข้อมูล

 

7.  การจัดทำระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์

การพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำ มีข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำของจังหวัดที่ลงลึกถึงระดับหมู่บ้าน มีข้อมูลทางสังคม โครงสร้างพื้นฐาน และข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับแผนการจัดการทรัพยากรน้ำ โดยผ่านการวิเคราะห์ศักยภาพโครงการเบื้องต้น โดยประกอบด้วย

  • การรวบรวมและจัดทำข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - ข้อมูลระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ของแต่ละหน่วยงานที่ได้จัดทำขึ้นนั้น สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในโครงการเพื่อการวางแผนการจัดการทรัพยากรน้ำ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากสามารถนำมาบูรณาการระหว่างหน่วยงานได้ ย่อมเป็นแนวทางในการวางแผน โดยมีฐานข้อมูลที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อปรับปรุงข้อมูลให้ทันสมัยเสมอ
  • การเชื่อมโยงข้อมูลแบบสำรวจในระดับชุมชนกับระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ - ออกแบบระบบข้อมูล Web Application โดยมีการระบุข้อมูลระดับชุมชนรายตำบล และรายหมู่บ้าน และเชื่อมโยงข้อมูลด้วยโปรแกรมประยุกต์ด้านระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ โดยสามารถและมีระบบสืบค้นข้อมูล จากการสำรวจสู่ข้อมูลเชิงพื้นที่ได้ ดังแสดงในรูปที่ 4

8. บทสรุป

จังหวัดเชียงใหม่ได้เล็งเห็นความสำคัญของปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำและกำหนดเป็นโครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ขึ้น เพื่อจัดทำแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ สำหรับเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการและกำหนดทิศทางของการพัฒนาทรัพยากรน้ำของจังหวัด โดยมีข้อมูลในระดับชุมชนหรือหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และบูรณาการสู่แผนบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดในภาพรวม โดยสร้างเครือข่ายการบริหารจัดการน้ำร่วมกันในระดับพื้นที่เพื่อให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกเขตปกครอง และพัฒนาระบบฐานข้อมูลทรัพยากรน้ำของจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ของจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ และสนองตอบความต้องการของประชาชนทุกภาคส่วน ในการดำเนินงานตามโครงการมีขั้นตอนต่างๆดังนี้ 1. การประชุมพัฒนาเครือข่ายระดับจังหวัด 2.การประชุมพัฒนาเครือข่ายระดับอำเภอ 3. การจัดทำแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับชุมชน 4. การจัดทำแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับอำเภอ 5. การจัดทำแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับจังหวัด 6. การจัดทำระบบฐานข้อมูลสารสนเทศภูมิศาสตร์ทรัพยากรน้ำ

จากผลการดำเนินโครงการตามขั้นตอน ได้จัดทำรายงานแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของทุกอำเภอ  และรายงานแผนพัฒนาและบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของจังหวัดเชียงใหม่  เพื่อใช้เป็นแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่ให้มีความเหมาะสมกับภูมิประเทศ ภูมิอากาศ ฤดูกาล สภาพแวดล้อม และกิจกรรมในการใช้น้ำของแต่ละชุมชน รวมไปถึงการนำน้ำมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดร่วมกันอย่างยั่งยืน ซึ่งจะเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการและกำหนดทิศทางการพัฒนาทรัพยากรน้ำของจังหวัดเชียงใหม่ต่อไป

9. เอกสารอ้างอิง

  • จังหวัดเชียงใหม่ , “ แผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ ”, โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ , กันยายน 2553
  • จังหวัดเชียงใหม่ , “ รายงานแผนพัฒนาและจัดการทรัพยากรน้ำรายอำเภอ 25 อำเภอ ”, โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ , กันยายน 2553
  • จังหวัดเชียงใหม่ , “ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ด้านทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ ”, โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ , กันยายน 2553
  • จังหวัดเชียงใหม่ , “ รายงานกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนจังหวัดเชียงใหม่ ”, โครงการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำจังหวัดเชียงใหม่ , กันยายน 2553